แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระปิลันทน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระปิลันทน์ แสดงบทความทั้งหมด

พระปิลันทน์ พิมพ์เปลวเพลิงเล็ก เนื้อขาว ทองเก่าสวยหายาก

พระปิลันทน์องค์นี้มีอายุกว่าร้อยปีแล้ว อาจจะมีรอยรานและมีกระเทาะบ้าง แต่เต็มเปี่ยมด้วยพุทธคุณ และหายาก 
รูปภาพ พระสมเด็จปิลันทน์



ประวัติของพระปิลันทน์
พระสมเด็จปิลันทน์ เป็นพระเนื้อผงผสมใบลานเผา สร้างขึ้นในช่วงปี ๒๔๐๗ ถึง ๒๔๑๑ โดย หม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์ (ทัด) ลูกศิษย์ใกล้ชิดในท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม ผู้สร้างพระสมเด็จอันเป็นสุดยอดพระเครื่องแห่งเมืองไทย และนับได้ว่าเป็นพระภิกษุเพียงรูปเดียวที่ได้รับความไว้วางใจให้ปกครองดูแลวัดแทน และสืบต่อมาท่านได้จำเริญในสมณศักดิ์ จนครั้งสุดท้ายดำรงสมณศักดิ์เป็นที่ "หม่อมเจ้าพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (ทัด)" เทียบเท่ากับพระอาจารย์
ครั้งเมื่อหม่อมเจ้าพระพุทธบาทปิลันทน์ (ทัด) ครองวัดระฆังฯ ในราวปี พ.ศ.๒๔๐๗ ท่านได้ดำริสร้างพระพิมพ์ให้ครบ ๘๔,๐๐๐ องค์ตามจำนวนพระธรรมขันธ์ตามคติโบราณนิยม ส่วนหนึ่งเพื่อแจกผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสไว้เป็นเครื่องคุ้มครองป้องกันภยันตราย อีกส่วนหนึ่งเพื่อบรรจุไว้ในพระสถูปเจดีย์เพื่อเป็นพุทธบูชาและสืบสานพระบวรพุทธศาสนา ด้วยการสร้างพระพิมพ์เนื้อผงใบลานเผาขึ้นเป็นจำนวนมาก แบบและพิมพ์มีความประณีตงดงามด้วยฝีมือช่างหลวงหรือช่างสิบหมู่ ทั้งยังได้รับความอนุเคราะห์จากพระอาจารย์ คือท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) มอบมวลสารพระสมเด็จวัดระฆังฯ รวมทั้ง "ผงปถมัง" ให้เป็นส่วนผสมในพระพิมพ์ ซึ่งคือส่วนที่ปรากฏเป็นผงสีขาวในองค์พระ นอกจากนี้ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ยังร่วมในการอธิษฐานจิตปลุกเสกด้วยพระคาถาชินบัญชร อันทรงคุณวิเศษอีกด้วย จึงเรียกขาน “พระพุทธบาทปิลันทน์” กันในอีกนามหนึ่งว่า “พระเครื่องสองสมเด็จ”สำหรับด้านพุทธคุณที่ประจักษ์แก่สายตาส่วนใหญ่จะเป็นด้านเมตตามหานิยมและคงกระพันชาตรี
การขุดพบพระพุทธบาทปิลันทน์ ที่วัดระฆังฯ นั้น พระเทพญาณเวที (ลมูล สุตาคโม ป.ธ.6) อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ ได้เรียบเรียงไว้ในหนังสือ “พระสมเด็จ ๓ องค์” ฉบับพิมพ์ พ.ศ.2515 ขอสำเนามาเสนอดังนี้..
พระปิลันทน์นั้น เป็นพระของเจ้าพระคุณหม่อมเจ้าพระสมเด็จพุฒาจารย์ (ทัด เสนีวงศ์) ผู้เป็นต้นคิดสร้างขึ้น เป็นพระผงใบลานเนื้อหยาบ ดำสนิทด้านๆ ไม่ดำเป็นมัน มีขี้กรุติดมากบ้างน้อยบ้าง เป็นพระไม่งาม สัณฐานเล็ก ความยาวประมาณ ๑ องคุลี ความกว้างประมาณครึ่งองคุลี ได้เคยเอาเศษหักมาตำผสมกับผงใหม่ มีกลิ่นฉุนๆ เหมือนพริกไท ส่วนประกอบที่องค์พระอันเป็นที่สังเกต เป็นพระนั่งมีปรกก็มี ไม่มีก็มี เป็นพระยืนมีซุ้มเรือนแก้วก็มี เป็นแบบพระประจำวันก็มี ดังนี้…”

พระพุทธบาทปิลันทน์ แตกกรุออกมาเนื่อจากมีผู้เข้าไปเจาะกรุพระเจดีย์เพื่อหวังทรัพย์สินของมีค่าเท่านั้น ไม่ประสงค์ในพระเครื่อง ท่านเจ้าคุณพระธรรมทานาจารย์ (แนบ สิงหเสนี) ซึ่งอยู่ที่หอไตรฯ ในสระ ท่านเป็นเจ้าคณะและควบคุมดูแลในพระอุโบสถในขณะนั้น เมื่อทราบเรื่องจึงให้นำพระเครื่องทั้งหมดมาเก็บไว้ในหอไตรฯ จนเมื่อเกิดสงครามอินโดจีนท่านจึงนำพระเครื่องส่วนหนึ่งมอบให้แก่กระทรวงกลาโหมตามที่ทางการร้องขอมา เพื่อแจกจ่ายแก่ทหารที่จะออกไปปฏิบัติราชการในสนามรบอีกด้วย

เนื้อของพระปิลันท์เท่าที่พบมีทั้งผงสีขาว สีขาวอมเหลือง แต่มีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่ที่พบเห็นจะเป็นเนื้อผงสีเทาอมเขียวแบบหินชนวนหรือเทาเข้มจนเกือบดำแบบสีของผงใบลานเผา 
พระสมเด็จปิลันทน์มีทั้งลงกรุและไม่ได้ลงกรุ ที่พบเห็นจะเป็นพระที่ลงกรุเสียเป็นส่วนใหญ่ พระที่ลงกรุจะมีคราบไข เรียกว่าคราบกรุ เกาะติดแน่นอยู่บนผิวพระมากบ้างน้อยบ้างแทบทุกองค์ ส่วนพิมพ์ทรงนั้นมีหลายแบบหลายพิมพ์ และหลายขนาดแตกต่างกัน จึงไม่สามารถหาข้อยุติได้ว่ามีกี่แบบ กี่พิมพ์ อย่างไรก็ตามพิมพ์ที่วงการยอมรับได้แก่ พิมพ์ใหญ่ฐานสี่ชั้น ปรกโพธิ์ใหญ่ฐานสี่ชั้น พิมพ์ปรกโพธิ์เล็ก ปรกโพธิ์เล็กซุ้มครอบแก้วฐานสามชั้น ปรกโพธิ์เล็กซุ้มครอบแก้วฐานสองชั้น พิมพ์ซุ้มประตู พิมพ์ครอบแก้วใหญ่ พิมพ์ครอบแก้วเล็ก พิมพ์เปลวเพลิงใหญ่ พิมพ์เปลวเพลิงกลาง พิมพ์เปลวเพลิงเล็ก พิมพ์พระโมคคัลลาน์-พระสารีบุตร พิมพ์ปฐมเทศนา พิมพ์สี่เหลี่ยมซุ้มสามเส้น พิมพ์สี่เหลี่ยมมารวิชัย พิมพ์สี่เหลี่ยมสมาธิ พิมพ์เล็บมือ พิมพ์ปิดตา และพิมพ์หยดแป้ง

ที่มา : หนังสือของดีวัดระฆัง

สถานะ : ยังอยู่
ราคา : โทรถาม
เบอร์โทรศัพท์ : 0812580180
Facebook : AJ Mai
Line ID : NTpra

สมเด็จพระปิลันทน์ พิมพ์ปรกโพธิ์เล็ก ฐานสองชั้น